หมู่ 7 ต.ศาลเจ้าไก่ต่อ อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ 60150 056-271501 086-6754595 Maresa.su@gmail.com
ครู ศกร.ระดับตำบลศาลเจ้าไก่ต่อ

 

unnamed 1

Gemini Generated Image hlp7gmhlp7gmhlp7 

 

แพลตฟอร์ม กศน.นครสวรรค์

 

                                                                                          เมนูเว็ป

จำนวนผู้เข้าใช้งานเว็บไซต์
022208
วันนี้
เมื่อวานนี้
สัปดาห์นี้
สัปดาห์ที่แล้ว
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ผู้เข้าชมทั้งหมด
23
12
72
22006
275
91
22208

Your IP: 216.73.217.141
2026-10-23 03:44

โครงการล้านเมล็ดพันธ์ต้านภัยโควิท-19

  238597826 1278629532609299 4081086432341167662 n235639608 1701854696671627 7868282119281771805 n236511173 3850172355089460 4991323716137592016 n

สุภาพร สุผามาลา

ข่าวประชาสัมพันธ์ สำนักงาน กศน.นครสวรรค์
ไม่พบฟีด
ข่าวประชาสัมพันธ์ ไทยพีบีเอส

ข่าวไทยพีบีเอส - home

23 ตุลาคม 2569

ข่าวที่คุณวางใจ โดยสำนักข่าวไทยพีบีเอส ติดตามข่าวและสถานการณ์ทั้งในและต่างประเทศได้ที่นี่่
  • เตือนนักท่องเที่ยว! ไต้ฝุ่น "จำปี" ถล่มโอกินาวะ-ไต้หวัน สั่งปิดโรงเรียน-หยุดงาน
    23 ตุลาคม 2569

    วันนี้ (23 ต.ค.2569) NHK อ้างอิงรายงานจากสำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) ว่า ไต้ฝุ่น "จำปี" (Champi) ซึ่งเป็นพายุหมุนเวียนขนาดใหญ่และมีกำลังแรงสูง กำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้หมู่เกาะซากิชิมะ จ.โอกินาวะ ทางตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่น ส่งผลให้สภาพอากาศในพื้นที่วิกฤตอย่างหนัก

    โดยอิทธิพลของพายุทำให้ความเร็วลมเพิ่มระดับความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งรายงานสถิติในรอบ 3 ชั่วโมงจนถึงเวลา 04.00 น. ของวันศุกร์ที่ 23 ต.ค.ตามเวลาท้องถิ่น ตรวจวัดลมกระโชกแรงได้ถึง 150 กม.ชม. ณ ท่าอากาศยานโยนากูนิ และประมาณ 105 กม./ชม. ในเมืองอิชิกากิ

    ทางการญี่ปุ่นเตือนว่า ความเร็วลมบริเวณหมู่เกาะซากิชิมะมีแนวโน้มทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นตลอดวันนี้ โดยคาดว่าความเร็วลมต่อเนื่องอาจสูงถึง 144 กม./ชม. และลมกระโชกแรงสูงสุดอาจแตะระดับ 216 กม./ชม. ซึ่งเป็นความแรงระดับที่สามารถพัดพาบ้านเรือนให้พังพินาศได้

    นอกจากนี้ คาดการณ์ปริมาณฝนตกสะสมในรอบ 24 ชั่วโมงจนถึงดึกวันนี้ใน จ.โอกินาวะ อาจสูงถึง 250 มม. พร้อมกับการก่อตัวของกลุ่มเมฆฝนตกรอบใหม่บริเวณภูมิภาคการปกครองมิยาโกะจิมะและยาเอยามะ ตั้งแต่ช่วงหลังเที่ยงวันนี้ไปจนถึงรุ่งเช้าวันเสาร์ที่ 24 ต.ค.

    ขณะที่คลื่นลมในทะเลรอบโอกินาวะและภูมิภาคอามามิของ จ.คาโงชิมะ จะมีคลื่นสูงและซัดฝั่งรุนแรง โดยเฉพาะทะเลรอบหมู่เกาะซากิชิมะอาจมีคลื่นสูงถึง 12 เมตร ยาวนานไปจนถึงวันเสาร์ที่ 24 ต.ค.

    ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นได้ขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสูงสุดต่อภัยลมกระโชกแรง คลื่นยักษ์ คลื่นหนุนสูง และดินถล่ม รวมถึงพื้นที่ภาคตะวันตกและภาคตะวันออกของญี่ปุ่นที่อาจเจอฝนตกหนักล่วงหน้าจากแนวปะทะฝนก่อนพายุมาถึง

    ในขณะเดียวกัน ทางด้านหน่วยงานอุตุนิยมวิทยาของไต้หวัน ระบุว่าไต้ฝุ่น "จำปี" ได้เคลื่อนตัวเข้าใกล้เกาะไต้หวันมากที่สุดในช่วงวันนี้จนถึงเช้าวันเสาร์ที่ 24 ต.ค. เช่นกัน ส่งผลให้พื้นที่ทางตอนเหนือและหลายภูมิภาคเริ่มมีฝนตกหนักและลมกระโชกแรงอย่างต่อเนื่อง โดยทะเลชายฝั่งตรวจวัดคลื่นยักษ์สูงเกินกว่า 9 เมตร

    ด้านเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัยไต้หวันเปิดเผยว่า อิทธิพลพายุทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 คน ในเขตผิงตง ทางตอนใต้ของเกาะ หลังจากถูกคลื่นทะเลขนาดใหญ่ซัดจมหายไป ขณะที่จำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บพุ่งสูงถึง 42 คน ทั่วเกาะไต้หวันนับถึงช่วงค่ำวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (22 ต.ค.)

    นอกจากนี้ ในเมืองไทจง ทางตอนกลางของไต้หวัน ลมกระโชกแรงได้พัดต้นไม้ใหญ่โค่นล้มลงมาทับรถยนต์จนพังเสียหาย ซึ่งจากสถานการณ์ความรุนแรงดังกล่าว ส่งผลให้รัฐบาลท้องถิ่นส่วนใหญ่ของไต้หวันประกาศสั่งหยุดการเรียนการสอนในโรงเรียนและสั่งหยุดทำการของหน่วยงานรัฐและบริษัทเอกชนในวันนี้ทันที

    ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่พยากรณ์อากาศเตือนว่า พื้นที่ภูเขาทางตอนเหนือของไต้หวันอาจมีฝนตกหนักสะสมสูงถึง 900 มม. ในช่วงเวลา 72 ชม. จนถึงช่วงค่ำวันเสาร์นี้ (24 ต.ค.) จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยยกระดับการเฝ้าระวังและการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างเคร่งครัด

    อ่านข่าว :

    แพทย์ยัน "โป๊ปเลโอ" ไม่ต้องรักษามะเร็งเพิ่ม หลังผลผ่าตัดปอดชี้ชัดเชื้อไม่ลุกลาม

    นักข่าว ABC จับมือพลเมืองดี โดดน้ำท่วมงัดประตูช่วยชีวิตคนขับรถจมน้ำ

    ชาวอินโดฯ ประท้วงจี้รัฐประกาศ "ไฟป่า" เป็นภัยพิบัติระดับชาติ

  • ย้อนรอย 95 ศพ "ตึกถล่ม" เปิดไทม์ไลน์การจัดซื้อจัดจ้าง-ผู้ควบคุมงานก่อสร้าง
    23 ตุลาคม 2569

    ในสำนวนการสอบสวนของ สน.บางซื่อ ท้องที่เกิดเหตุอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) หลังใหม่ ถล่ม สำนวนการสอบสวนของ DSI ปรากฎชื่อ กลุ่มบริษัทที่เกี่ยวข้อง คือ กิจการร่วมค้า PKW ในฐานะเป็นผู้ควบคุมการก่อสร้าง

    "ตึกถล่ม" 95 ศพ เปิดรายละเอียด "การแก้ไขสัญญา" สร้างตึก สตง.9 ครั้ง

    ไทม์ไลน์ การจัดซื้อจัดจ้าง ผู้ควบคุมการก่อสร้าง

    วันที่ 21 พ.ค.2563 : ประกาศเผยแพร่แผนการจัดซื้อจัดจ้าง

    วันที่ 27 พ.ค.2563 : ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน   เห็นชอบราคากลาง 76,800,00.00 บาท

    วันที่ 28 พ.ค.2563 : ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน  อนุมัติจัดจ้างออกแบบ โดยวิธีคัดเลือก และได้แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการจ้างควบคุมงาน

    วันที่ 9 ก.ค.2563 : คณะกรรมการจ้างควบคุมงาน ส่งหนังสือเชิญผู้ให้บริการมายื่นข้อเสนอ

    ประกอบด้วย :

    บมจ.ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์

    บจก.วิศวกรที่ปรึกษาต่อตระกูล ยมนาค และคณะ

    บจก.ดีไซน์ 103 อินเตอร์เนชั่นแนล

    บจก.โปรเกรส เทคโนโลยี คอนซัลแท็นส์

    บจก.อรุณ ชัยเสรี คอนซัลติ้ง เอนจิเนียร์ส

    บจก.สถาปนิก 49

    บจก.วันแม้นจเม้นท์

    บจก.อินทิกรัล เอนจิเนียริ่ง คอนซัลแตนส์

    บจก.ซีอีแอล เอ็นจิเนียส์

    บจก.ซีวิล แอนด์ สตรัคเจอรัล เอนจิเนียร์ส

    บจก.ทีม คอนสตรัคชั่น แมเนจเมนท์

    บจก.พี.พี.เอส.เอ็น

    บจก.ซีวิล เทค ดีไซน์ แอนด์ คอนซัลแตนท์

    บจก.สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์

    บจก.แพลนนิ่ง แอนด์ รีเสิร์ซ คอนซัลแตนท์

    บจก.ฟาร์มาแฟค แพลน เทคโนโลยี

    บจก.พี เอ็น ซิงโครไนซ์

    บจก.ว และสหาย ดีซายน์

    บจก.ทรัสตี้ โปรเจค แมเนจเมนต์

    บจก.เซ้าท์อิ๊สเอเชียเทคโนโลยี

    ในรายงานการสอบสวนของ DSI เปิดเผยถึงข้อสังเกตว่า พบการกำหนดรับฟังคำชี้แจงวันที่ 2 ก.ค.2563 เวลา 09.30 และยื่นข้อเสนอในวันที่ 15 ก.ค.2563 เวลา 07.30-15.30 น.

    ขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 1 ก.ค.2563 ประธานกรรมการดำเนินงานจ้างควบคุมงานก่อสร้าง โดยวิธีคัดเลือก ทำหนังสือขอเลื่อนวันรับฟังข้อชี้แจง จากวันที่ 2 ก.ค.2563 เป็นวันที่ 13 ก.ค.2563 ไปยัง บจก.20 ราย

    ข้อต่อมาพบว่า ในใบเสนอราคางานจ้างผู้ให้บริการควบคุมงานก่อสร้าง หน้า 5 ข้อ 3.3(1) โดยตัดข้อความว่า "ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอที่จะเสนอราคาในรูปแบบของกิจการร่วมค้า ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายต้องได้รับหนังสือเชิญให้ยื่นข้อเสนอจาก สตง." และกำหนดวันยื่นข้อเสนอในวันที่ 30 ก.ค.2563

    วันที่ 13 ก.ค.2563 มีผู้รับฟังคำชี้แจงตามหนังสือเชิญชวน 15 บริษัท จาก 20 บริษัท

    วันที่ 30 ก.ค.2563 มีบริษัทยื่นข้อเสนองานควบคุมงานก่อสร้างฯ จำนวน 5 บริษัท ประกอบด้วย

    1.บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด เป็นผู้ร่วมค้าหลักเข้าร่วมค้ากับ บริษัท เอทีที่ คอนซัลแตนท์ จำกัด และบริษัท ทีม คอนสตรัคชั่น แมเนจเมนท์ จำกัด

    2.กลุ่มนิติบุคคลร่วมค้า PKW (Joint Venture) โดย บริษัท พี เอ็นซิงคโครไนซ์ จำกัด เป็นผู้ร่วมค้าหลัก เข้าร่วมค้ากับ บริษัท ว. และสหายคอนซัลแตนตส์ จำกัด และบริษัท เคพี คอนซัลแทนส์ แอนด์ แมเนจเม้นท์ จำกัด

    3.บริษัท เซ้าท์อี้สท์ เอเชีย เทคโนโลยี จำกัด

    4.บริษัท ซีอีแอล เอ็นจิเนียส์ จำกัด เป็นผู้ร่วมค้าหลักเข้าร่วมค้ากับ บริษัทอลานา เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด

    5.บริษัท สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ จำกัด

    และผลการคัดเลือกผู้ชนะคือ กลุ่มนิติบุคคลร่วมค้า PKW (Joint Venture) ระหว่าง บริษัท พี เอ็นซิงคโครไนซ์ จำกัด ( P), บริษัท เคพี คอนซัลแทนส์ แอนด์ แมเนจเม้นท์ จำกัด (K)  และ บริษัท ว. และสหายคอนซัลแตนตส์ จำกัด (W) กลายเป็นผู้ควบคุมการก่อสร้าง อาคาร สตง.

    เอกสาร เรื่อง "ขอยกเว้น ไม่ทำตามระเบียบ"

    วันที่ 12 ต.ค.2563 สตง.ทำหนังสือด่วนที่สุด ถึง กรมบัญชีกลาง มีเนื้อหาโดยย่อว่า สตง. ได้จัดจ้างผู้ควบคุมงานก่อสร้าง ขอหารือว่า ผู้ควบคุมงานก่อสร้างที่ได้รับหนังสือเชิญชวน ได้เข้าร่วมกับผู้ค้าที่ไม่ได้รับหนังสือเชิญชวน แต่สามารถใช้ผลงานก่อสร้างของผู้ร่วมค้าหลักที่ได้รับหนังสือเชิญชวน แต่ต้องมีข้อตกลงว่า ให้บริษัทดังกล่าวเป็นผู้เข้าร่วมหลักได้หรือไม่

    แต่หากไม่ได้ สตง.มีเหตุผลและความจำเป็น ต้องจัดจ้างผู้ควบคุมงาน ควบคู่กับผู้รับเหมาก่อสร้าง ซึ่งได้ดำเนินการจัดหาไว้แล้ว จึงต้องขออนุมัติยกเว้นหรือผ่อนผันไม่ทำตามระเบียบของกรมบัญชีกลาง (ข้อมูล ตามเอกสาร)

    วันที่ 27 พ.ย.2563 คณะกรรมการวินิจฉัย ฯ กรมบัญชีกลาง ทำหนังสือตอบ อ้างถึง ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าการคัดเลือก ผู้ให้บริการรายอื่น นอกบัญชีรายชื่อพิจารณาคัดเลือก และมีหนังสือเชิญชวน นั้นทำไม่ได้

    จึงมีข้อวินิจฉัยโดยสรุปว่า กรณีดังกล่าวจึงไม่เป็นไปตามระเบียบฯ แต่คณะกรรมการอ้างถึง มาตรา 80 วรรคหนึ่ง ของพระราชบัญญัติฯ บัญญัติ ให้หน่วยงานรัฐ คัดเลือกผู้ให้บริการ (ควบคุมงาน) ที่ได้คะแนนคุณภาพมากที่สุด ซึ่งเฉพาะกรณีการแข่งขันในด้านคุณภาพ โดยไม่ได้แข่งขันกันที่ราคา และไม่ก่อให้การได้เปรียบเสียเปรียบในการแข่งขัน สตง. จึงสามารถได้รับยกเว้นผ่อนผันไม่ต้องทำตามระเบียบได้ (ข้อมูลตามเอกสาร)

    สรุปง่ายๆ คือ ถ้าได้คะแนนมากที่สุด แม้ไม่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมคัดเลือก และถ้ารวมตัวเป็นกิจการร่วมค้ากับบริษัทที่ได้รับคัดเลือก ก็สามารถเข้าร่วมเป็นผู้ควบคุมงานได้

    อ่านข่าว :

    นักข่าว ABC จับมือพลเมืองดี โดดน้ำท่วมงัดประตูช่วยชีวิตคนขับรถจมน้ำ

    ชาวอินโดฯ ประท้วงจี้รัฐประกาศ "ไฟป่า" เป็นภัยพิบัติระดับชาติ

    กมธ.คุ้มครองผู้บริโภค จี้ สพฐ. ร่วมเยียวยา ผู้ปกครอง-นร.ทัศนศึกษาจีนทิพย์

    "โสภณ" นัดประชุมสภาฯ 28-29 ต.ค. ไร้วาระญัตติซักฟอก

  • แพทย์ยัน "โป๊ปเลโอ" ไม่ต้องรักษามะเร็งเพิ่ม หลังผลผ่าตัดปอดชี้ชัดเชื้อไม่ลุกลาม
    23 ตุลาคม 2569

    เมื่อวันที่ 22 ต.ค.2569 ABC News รายงาน สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 พระชนมายุ 71 พรรษา ไม่จำเป็นต้องเข้ารับการรักษามะเร็งปอดเพิ่มเติม หลังผลตรวจเนื้อเยื่อที่ผ่าตัดออกจากปอดขวาส่วนล่างยืนยันว่า มะเร็งยังจำกัดอยู่เฉพาะบริเวณ

    โดยแพทย์ประจำพระองค์และศัลยแพทย์ระบุว่า ผลประเมินด้านมะเร็งวิทยายืนยันว่าไม่จำเป็นต้องรักษาต่อ ถือเป็นสัญญาณที่ดีหลังพระองค์ทรงเข้ารับการผ่าตัด ซึ่งเป็นเหตุการณ์ด้านพระพลานามัยครั้งสำคัญในช่วง 17 เดือนแรกของการดำรงตำแหน่งประมุขคริสตจักรโรมันคาทอลิก

    แพทย์ประจำพระองค์ ลุยจิ คาร์โบเน และศัลยแพทย์ สเตฟาโน มาร์การิโตรา เปิดเผยว่า ผลตรวจขั้นสุดท้ายหลังผ่าตัดยืนยันว่ามะเร็งไม่ได้ลุกลามออกจากบริเวณที่ตรวจพบ จึงไม่มีความจำเป็นต้องรับการรักษาเพิ่มเติมในขณะนี้ การผ่าตัดครั้งดังกล่าวเป็นการนำปอดขวาส่วนล่างออก เพื่อให้สามารถกำจัดเนื้อร้ายได้ทั้งหมด โดยใช้เทคนิคผ่าตัดผ่านกล้องช่วยลดการบาดเจ็บจากการผ่าตัด

    ก่อนหน้านี้ สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ทรงเข้ารับการผ่าตัดที่โรงพยาบาลเจเม็ลลี ในกรุงโรม ประเทศอิตาลี และเสด็จออกจากโรงพยาบาลเมื่อวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น (17 ต.ค.) หลังการผ่าตัด 4 วัน โดยแพทย์ยืนยันว่าการผ่าตัดเป็นไปด้วยดี ไม่มีภาวะแทรกซ้อน และพระองค์ทรงเริ่มกลับไปปฏิบัติพระกรณียกิจอย่างค่อยเป็นค่อยไป

    ผลวินิจฉัยยืนยันว่าพระองค์ทรงเป็นมะเร็งปอดชนิดอะดีโนคาร์ซิโนมา (Adenocarcinoma) ซึ่งเป็นประเภทของมะเร็งปอดที่พบได้บ่อยที่สุด โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่ไม่สูบบุหรี่และผู้ป่วยที่มีอายุไม่มาก ซึ่งมะเร็งชนิดนี้มักจะเจริญเติบโตบริเวณปอดส่วนนอก โดยปกติแล้วหากตรวจพบในระยะแรกเริ่ม การผ่าตัดนำกลีบปอดที่มีก้อนเนื้อออกจะให้ผลการรักษาที่ทรงประสิทธิภาพสูงและมีโอกาสหายขาดได้

    ข้อมูลจากศูนย์มะเร็งออสเตรเลียระบุว่า มะเร็งปอดโดยรวมแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ มะเร็งปอดชนิดเซลล์ไม่เล็ก (NSCLC) ซึ่งคิดเป็นประมาณร้อยละ 85 ของผู้ป่วยมะเร็งปอด และมะเร็งปอดชนิดเซลล์เล็ก (SCLC) ซึ่งมักเติบโตและแพร่กระจายได้รวดเร็วกว่า

    พบก้อนเนื้อโดยบังเอิญ ไม่มีอาการก่อนตรวจพบ

    ก้อนเนื้อในปอดของสมเด็จพระสันตะปาปาถูกตรวจพบโดยบังเอิญระหว่างการตรวจช่องท้องตามปกติ โดยพระองค์ไม่ได้มีอาการผิดปกติที่บ่งชี้โรคมาก่อน ศัลยแพทย์ให้ข้อมูลว่า การตรวจพบก้อนเนื้อโดยบังเอิญนำไปสู่การตรวจเพิ่มเติมและการตัดสินใจผ่าตัดนำปอดส่วนที่มีรอยโรคออก

    สตีเฟน หลิว ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งปอด จากศูนย์มะเร็งครบวงจรลอมบาร์ดี แห่งมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ ในสหรัฐฯ ประเมินว่า การที่แพทย์ระบุว่าไม่จำเป็นต้องรักษาเพิ่มเติม อาจสะท้อนว่ามะเร็งมีขนาดค่อนข้างเล็กและไม่มีหลักฐานบ่งชี้การแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลือง เขามองว่าข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับมะเร็งระยะที่ 1 ซึ่งการผ่าตัดสามารถให้ผลการรักษาที่ดีและอาจรักษาให้หายขาดได้

    อย่างไรก็ตาม วาติกันไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดระยะของมะเร็งอย่างเป็นทางการ การพยากรณ์โรคจึงยังต้องพิจารณาข้อมูลทางการแพทย์อื่น ๆ เช่น ขนาดของก้อนเนื้อ การแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลือง สุขภาพโดยรวม และการกลายพันธุ์ทางพันธุกรรมของเซลล์มะเร็ง

    ข้อมูลจาก มูลนิธิโรคปอดแห่งประเทศออสเตรเลีย ระบุว่า ผู้ป่วยมะเร็งปอดระยะที่ 1 มีอัตราการรอดชีวิตที่ 5 ปีอยู่ที่ร้อยละ 68 โดยการตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะแรกช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาได้อย่างมาก

    ส่วน สภามะเร็งแห่งชาติออสเตรเลีย ประเมินว่าออสเตรเลียมีผู้ได้รับการวินิจฉัยมะเร็งปอด 15,108 คน ในปี 2568 และอายุเฉลี่ยเมื่อได้รับการวินิจฉัยอยู่ที่ 72 ปี แม้อัตราการเกิดมะเร็งปอดจะลดลงในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา แต่โรคนี้ยังเป็นหนึ่งในมะเร็งที่มีอัตราการรอดชีวิตต่ำเมื่อเทียบกับมะเร็งชนิดที่พบบ่อยอื่น ๆ

    เตรียมเสด็จเยือนอเมริกาใต้

    แม้จะเพิ่งทรงเข้ารับการผ่าตัด แต่สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ยังทรงปฏิบัติพระกรณียกิจระหว่างประทับในโรงพยาบาล รวมถึงการสนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย

    และหลังเสด็จออกจากโรงพยาบาล พระองค์ทรงปรากฏพระองค์ต่อสาธารณะในกิจกรรมสำคัญ 2 ครั้ง ได้แก่ การประทานพรตามธรรมเนียมวันอาทิตย์จากหน้าต่างที่มองเห็นจัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ และการเข้าเฝ้าทั่วไปในจัตุรัส

    ระหว่างการเข้าเฝ้า พระองค์ตรัสขอบคุณประชาชนที่สวดภาวนาและส่งกำลังใจให้ โดยตรัสว่า "ขอบคุณ! ขอบคุณสำหรับการสนับสนุนผ่านคำภาวนาของทุกคน" ขณะที่ศัลยแพทย์ มาร์การิโตรา ระบุว่า ไม่มีเหตุผลทางการแพทย์ที่จะต้องห้ามพระองค์เสด็จเยือนอุรุกวัย อาร์เจนตินา และเปรูในเดือน พ.ย. แม้กำหนดการเดินทางจะค่อนข้างหนัก มีเที่ยวบินประมาณ 12 เที่ยว การเดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ 2 ครั้ง และการแวะเยือนพื้นที่สูง

    ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 11 ต.ค. สมเด็จพระสันตะปาปาทรงเปิดเผยต่อสาธารณะระหว่างการประทานพรวันอาทิตย์ว่า จะทรงเข้ารับการผ่าตัดนำก้อนเนื้อในปอดออก การเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวถือว่ามีความโปร่งใสอย่างผิดจากธรรมเนียมเดิมที่มักเก็บรายละเอียดด้านสุขภาพของพระสันตะปาปาไว้เป็นความลับ

    อ่านข่าว :

    ย้อนรอย 95 ศพ "ตึกถล่ม" เปิดไทม์ไลน์การจัดซื้อจัดจ้าง-ผู้ควบคุมงานก่อสร้าง

    นักข่าว ABC จับมือพลเมืองดี โดดน้ำท่วมงัดประตูช่วยชีวิตคนขับรถจมน้ำ

    ชาวอินโดฯ ประท้วงจี้รัฐประกาศ "ไฟป่า" เป็นภัยพิบัติระดับชาติ

  • นักข่าว ABC จับมือพลเมืองดี โดดน้ำท่วมงัดประตูช่วยชีวิตคนขับรถจมน้ำ
    23 ตุลาคม 2569

    เมื่อวันที่ 22 ต.ค.2569 ABC รายงาน ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์ ABC ของออสเตรเลีย พร้อมพลเมืองดี ช่วยชีวิตชายคนหนึ่งที่ติดอยู่ในรถขับเคลื่อนสี่ล้อซึ่งกำลังจมลงในน้ำท่วม บนถนนบูคานัน ย่านโมเรย์ฟิลด์ ทางตอนเหนือของนครบริสเบน รัฐควีนส์แลนด์ หลังคนขับพยายามขับรถด้วยความเร็วฝ่ากระแสน้ำ ก่อนรถดับและเริ่มจมลงอย่างรวดเร็ว

    วิลล์ เมอร์เรย์ ผู้สื่อข่าว ABC และ แดเนียล เฮนีย์ ซึ่งอยู่ในบริเวณดังกล่าว ตัดสินใจกระโดดลงไปช่วยคนขับ โดยเมอร์เรย์โทรแจ้งเหตุฉุกเฉิน ก่อนที่คนขับจะหายไปจากสายตาภายในเวลาไม่กี่วินาที เขาจึงส่งโทรศัพท์ให้ ลิซ พิกเกอริง ช่างภาพของทีม แล้วว่ายน้ำตรงไปยังรถที่กำลังจม

    เมอร์เรย์ เปิดเผยว่า เขาและพลเมืองดีพยายามเปิดประตูรถที่อยู่ใกล้ที่สุด แต่ไม่สำเร็จ จึงขึ้นไปบริเวณท้ายรถและคิดจะทุบกระจกด้านหลัง ก่อนที่เขาจะลองเปิดประตูด้านหลังฝั่งผู้โดยสาร โดยใช้เท้าค้ำตัวรถและออกแรงดึงอย่างเต็มที่ จนประตูเปิดออกได้

    เขาคาดว่า แรงดันจากน้ำที่ไหลเข้าสู่รถอาจมีส่วนช่วยให้เปิดประตูได้สำเร็จ จากนั้นคนขับจึงเคลื่อนตัวมายังประตูที่เปิดอยู่ และทั้งคู่ช่วยดึงเขาออกจากรถไปยังบริเวณน้ำท่วมได้อย่างปลอดภัย

    เมอร์เรย์ ยังกล่าวอีกว่า ทุกคนกอดกันด้วยความโล่งใจที่รอดชีวิตมาได้ พร้อมยอมรับว่า เหตุการณ์น่ากลัวมาก เพราะได้เห็นด้วยตาตัวเองว่า สถานการณ์สามารถเลวร้ายลงได้อย่างรวดเร็ว จึงฝากเตือนประชาชนว่าอย่าขับรถฝ่าน้ำท่วม

    ด้านเฮนีย์เล่าว่า ขณะอยู่กับครอบครัว เขาเห็นรถกระบะคันดังกล่าว แต่ไม่รู้ว่ามีคนอยู่ข้างใน จนกระทั่งเห็นกระจกหน้าต่างขยับ เมื่อรถเริ่มจมลึกลงเรื่อย ๆ เขาจึงตระหนักว่า สถานการณ์ไม่ปลอดภัยและว่ายน้ำเข้าไปช่วย โดยระบุว่า คนขับโชคดีมากที่ได้รับการช่วยเหลือทันเวลา

    พิกเกอริง ซึ่งกำลังถ่ายภาพประกอบข่าวบริเวณถนนที่ถูกน้ำท่วม สามารถบันทึกภาพการช่วยเหลือไว้ได้ โดยกล่าวว่า เมอร์เรย์ และ เฮนีย์ ช่วยชีวิตชายคนดังกล่าวไว้อย่างแน่นอน ขณะที่ เมอร์เรย์ ระบุว่า เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินเดินทางมาถึงประมาณ 10 นาทีหลังการช่วยเหลือเสร็จสิ้น และได้พูดคุยกับคนขับ ซึ่งบอกว่า ไม่เห็นป้ายเตือนและไม่รู้ว่าน้ำลึกเพียงใด

    ผู้สื่อข่าว ABC ย้ำว่า แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่สามารถประเมินความลึกของน้ำได้ จากการมองด้วยตาเปล่า เพราะสภาพน้ำท่วมไม่ได้ดูรุนแรงมากนัก แต่ภาพเหตุการณ์แสดงให้เห็นว่ารถค่อย ๆ จมหายลงไปทั้งคัน สะท้อนอันตรายของการขับรถฝ่าน้ำที่อาจมีความลึกมากกว่าที่คิด

    เหตุการณ์เกิดขึ้นหลังพื้นที่ดังกล่าวมีฝนตกสะสมประมาณ 170 มม. ขณะที่หน่วยดับเพลิงควีนส์แลนด์เตือนประชาชนไม่ให้ลงว่ายน้ำในน้ำท่วม เนื่องจากอาจมีอันตรายที่มองไม่เห็น

    ส่วน วิลล์ เมอร์เรย์ ผู้สื่อข่าว ABC และ แดเนียล เฮนีย์ พลเมืองดี ได้รับคำชื่นชมจากการช่วยชีวิต ระบุว่าเหตุการณ์นี้ทำให้เขาเคารพการทำงานของเจ้าหน้าที่กู้ภัยและบริการฉุกเฉินมากขึ้น เพราะการเผชิญสถานการณ์เสี่ยงเช่นนี้เป็นงานที่ต้องใช้ความกล้าหาญและความพร้อมอย่างสูง

    อ่านข่าว :

    ย้อนรอย 95 ศพ "ตึกถล่ม" เปิดไทม์ไลน์การจัดซื้อจัดจ้าง-ผู้ควบคุมงานก่อสร้าง

    กมธ.คุ้มครองผู้บริโภค จี้ สพฐ. ร่วมเยียวยา ผู้ปกครอง-นร.ทัศนศึกษาจีนทิพย์

    "โสภณ" นัดประชุมสภาฯ 28-29 ต.ค. ไร้วาระญัตติซักฟอก

    สภาพอากาศวันนี้ ตะวันออก-ใต้ฝนชุก 60% กทม.มีฝนฟ้าคะนอง