หมู่ 7 ต.ศาลเจ้าไก่ต่อ อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ 60150 056-271501 086-6754595 Maresa.su@gmail.com
ครู ศกร.ระดับตำบลศาลเจ้าไก่ต่อ

 

unnamed 1

Gemini Generated Image hlp7gmhlp7gmhlp7 

 

แพลตฟอร์ม กศน.นครสวรรค์

 

                                                                                          เมนูเว็ป

จำนวนผู้เข้าใช้งานเว็บไซต์
021491
วันนี้
เมื่อวานนี้
สัปดาห์นี้
สัปดาห์ที่แล้ว
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ผู้เข้าชมทั้งหมด
18
1
37
21404
67
398
21491

Your IP: 216.73.216.85
2026-07-09 08:10

สอบปลายภาคเรียนที่ 1/2568

สีเขียว สีขาว น่ารัก ลายเส้น กระดานดำ พื้นหลัง Zoom เสมือนจริง

สุภาพร สุผามาลา

ข่าวประชาสัมพันธ์ สำนักงาน กศน.นครสวรรค์
ไม่พบฟีด
ข่าวประชาสัมพันธ์ ไทยพีบีเอส

ข่าวไทยพีบีเอส - home

09 กรกฎาคม 2569

ข่าวที่คุณวางใจ โดยสำนักข่าวไทยพีบีเอส ติดตามข่าวและสถานการณ์ทั้งในและต่างประเทศได้ที่นี่่
  • ดัชนีเชื่อมั่นบริโภคฟื้นรอบ 4 เดือน หวั่นสงครามปะทุรอบใหม่ทุบจีดีพีร่วง
    09 กรกฎาคม 2569

    วันนี้ (9 ก.ค.2569)นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึง ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเดือน มิ.ย.2569 ว่า ปรับตัวดีขึ้นจากระดับ 49.5 เป็น 50.7 ปรับตัวดีขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะสงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่านเริ่มคลี่คลายรวมถึงราคาน้ำมันตลาดโลกและในประเทศเริ่มปรับตัวลดลง รวมถึงรัฐบาลเริ่มกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัสเป็นเดือนแรก ส่งผลทางจิตวิทยาในเชิงบวกและเพิ่มกำลังซื้อของประชาชนในประชนซึ่งส่งผลบวกต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยและเป็นผลดีต่อค่าครองชีพของประชาชน

    ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย(ภาคธุรกิจ) เดือน มิ.ย.2569 อยู่ที่ 41.4 ปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่4 เนื่องจากมาตรการไทยช่วยไทยพลัสยังไม่สามารถส่งผลบวกไปถึงยอดขายของภาคธุรกิจ และในเดือนแรกยังไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวขึ้นได้ เห็นได้จากอัตราการจ้างงานยังคงต่ำ ขณะที่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยโตแบบ K-Shaped เติบโตเฉพาะสินค้าAI และอิเล็กทรอนกส์ ไม่กระจายไปยังเอสเอ็มอี

    อย่างไรก็ตามดัชนีความเชื่อมั่น 2 รายการชี้ให้เห็นว่า ด้านของผู้บริโภครับรู้เชิงบวกจากมาตรการไทยช่วยไทยพลัส มองว่า มีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น แต่ผู้ประกอบการยังไม่ได้รับรู้เชิงบวกว่า เม็ดเงินไทยช่วยไทยพลัสที่สะพัดราว เดือนละ 5 หมื่นล้าน เข้ามาช่วยกระตุ้นภาคธุรกิจ

    ทั้งนี้หากสงครามตะวันออกกลางไม่กลับมารุนแรง รัฐบาลดำเนินมาตรการไทยช่วยไทยพลัสต่อเนื่อง 4 เดือน มีการปรับโครงสร้างพลังงาน คาดว่ากำลังซื้อจะโดดเด่นขึ้น เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะเริ่มกลับมาคึกคักได้ในช่วงไตรมาส 4 อาจจะทำให้เศรษฐกิจไทยทั้งปีนี้โตได้เกิน 2%

    ส่วนกรณีที่สหรัฐฯ ประกาศยกเลิกการหยุดยิงชั่วคราว ประกาศโจมตีอิหร่านรอบใหม่เมื่อ 2 วันที่ผ่านมานั้น มองว่า อาจจะไม่รุนแรงมาก จนกลับมาสู่การปะทะรอบใหม่ เนื่องจากสหรัฐฯ ยังไม่มีการใช้กองกำลังทหาร เป็นเพียงการใช้โดรนโจมตี และมีโอกาสที่จะเจรจาร่วมกันได้ ซึ่งคาดว่าราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกไม่น่าจะพุ่งสูงเกิน 80 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จึงคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะยังสามารถเติบโตได้ตามคาดคือ 2-2.5%

    แต่หากเกิดกรณีมีการขัดแย้งยืดเยื้อ และทั้ง 2 ประเทศ กลับมาปะทะโจมตีกันรุนแรงอีกครั้ง อาจทำให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับเพิ่มขึ้นไปแตะที่ 90-110 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล อาจส่งผลกระทบทำให้เศรษฐกิจไทยปีนี้ เติบโตในอัตราที่ต่ำกว่า2% โดยอาจอยู่ในช่วง 1.5-2%

    อ่านข่าว:

    ​เศรษฐกิจชะลอ หนี้สูง ต้นทุนพุ่ง  ฉุดดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค เม.ย.ลด

    IMFปรับเศรษฐกิจโลกโต3.1% หวังสงครามอิหร่านรุนแรงจำกัด

    เชื่อมั่นผู้บริโภค ปรับดีขึ้น จับตาเสถียรภาพรัฐบาลใหม่–มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

     

  • จับ จนท.รัฐ พนักงาน รพ.เอกชน เอี่ยวขบวนการพ่อทิพย์ สวมสัญชาติไทยให้เด็กชาวจีน
    09 กรกฎาคม 2569

    วันนี้ (9 ก.ค.2569) กรมการปกครอง สนธิกำลังร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปชก.ตร.), ป.ป.ท. และ ปปง. เปิดปฏิบัติการครั้งใหญ่ภายใต้ชื่อ "ถอดเกล็ดมังกร" เข้าตรวจค้นและจับกุมเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่มีพฤติการณ์อำพรางการจดทะเบียนสมรส และทุจริตระบบทะเบียนราษฎรเพื่อแจ้งเกิดให้บุตรชาวจีนได้รับสัญชาติไทยโดยมิชอบ

    เจ้าหน้าที่ได้นำหมายศาลเข้าจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ 42 คน เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล 1 คน, เจ้าหน้าที่สำนักงานเขต 1 คน, ชายไทย (พ่อทิพย์) 18 คน, พ่อแม่สัญชาติจีน 21 คน, แม่สัญชาติลาว 1 คน ในความผิดตาม พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และมาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

    ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการขยายผลจากการจับกุม นายเฉิน ยินไล ชายสัญชาติจีนขบวนการสแกมเมอร์และฟอกเงินมูลค่ากว่า 70,000 ล้านบาท เมื่อเดือน เม.ย.2567 โดยเจ้าหน้าที่พบความผิดปกติจากการโอนเงินไปยัง น.ส.เป้าเจียว เฉิน ภรรยาชาวจีน ซึ่งมีบุตร 3 คนที่ได้รับสัญชาติไทยทั้งหมด

    จากการสืบสวนเชิงลึกพบว่า มีการจ้างวานชายไทย ให้มาจดทะเบียนสมรสเท็จเพื่อรับเป็นบิดา โดยมีเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ในกรุงเทพฯ และเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตคอยอำนวยความสะดวกในการแจ้งเกิด เพื่อให้ได้สัญชาติไทยโดยมิชอบกฎหมาย

    ข้อมูลการสืบสวนของชุด DOPA N.I.C.E. พบรายการแจ้งเกิดของเด็กที่มีแม่จีน-พ่อไทย ในช่วงปี 2566-2567 จากโรงพยาบาลเอกชนแห่งนี้สูงถึง 164 คน ทั้งหมดมีเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเอกชนคนหนึ่ง ทำหน้าที่เป็นนายหน้าติดต่อกลุ่มคนจีนและจัดหาแพ็กเกจคลอดพร้อมจัดการเรื่องสัญชาติ และเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตอีกคน ที่เป็นนายทะเบียนผู้รับแจ้งเกิดโดยมิชอบ

    ขณะนี้มีเด็ก 19 คน ที่เจ้าหน้าที่ตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรม (DNA) พบแล้วว่าเด็กไม่ตรงกับพ่อทิพย์คนไทย ซึ่งกรมการปกครองได้สั่งเพิกถอนรายการแจ้งเกิดทั้งหมดแล้ว

    อ่านข่าว :

    บก.น.1 แจงอาร์ม "มังกร" สน.ห้วยขวาง ไม่เกี่ยวกลุ่มใด - สั่งยกเลิกแล้ว

    ตร.ปส.ทลายแหล่งพักยา จ.นครนายก รวบ 5 ผู้ต้องหา ยึดยาบ้ากว่า 8 ล้านเม็ด

    DSI รวบผู้ต้องหาค้าสื่อลามกเด็กผ่านโซเชียล พบเด็กและเยาวชนตกเป็นผู้เสียหายกว่า 300 คน

  • "พริษฐ์" จี้ DSI คดีฮั้ว สว. ซัดปล่อยเกียร์ว่าง ด้าน ยธ. ยันแทรกแซงไม่ได้
    09 กรกฎาคม 2569

    วันนี้ (9 ก.ค.2569) ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมี นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนรษชาษฎร ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม ได้พิจารณาวาระกระทู้ถามสด โดย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.พรรคประชาชน ได้ตั้งคำถามจี้ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ถึงความคืบหน้าคดีทุจริตเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) โดยนายพริษฐ์ระบุว่า คดีนี้ควรเรียกว่า "คดีโกง สว." เพราะมีพฤติการณ์ใช้เงินและผลประโยชน์จ้างคนมาสมัครเพื่อเข้าสู่อำนาจรัฐ

    นายพริษฐ์ ตั้งคำถามถึงเส้นทางการเงิน ขบวนการโกง และพฤติกรรมของผู้ถูกกล่าวหาที่แบ่งเป็น 7 กลุ่ม พร้อมซักไซ้ว่าจากผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด 229 คน มีกี่คนที่เป็นสมาชิกในสภาแห่งนี้ และอยู่ในคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยขอให้รัฐมนตรีเอ่ยชื่อออกมาให้ชัดเจนเพื่อไม่ให้เป็น "รัฐมนตรีโลกลืม" พร้อมจี้ถามความมั่นใจในการนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ

    รมว.ยุติธรรม ยันไร้อำนาจแทรกแซง กางไทม์ไลน์สำนวนคดีอยู่อัยการ

    ด้าน พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ชี้แจงว่า คดีฮั้ว สว. นั้น ดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษฐานฟอกเงินและอั้งยี่ ปัจจุบันมีการสอบปากคำผู้ถูกร้อง 1 ปาก คือ พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว สอบพยานแล้ว 753 ปาก และแจ้งข้อหาแก่ผู้ถูกกล่าวหา 8 คน ฐานร่วมกันเป็นอั้งยี่สมคบกันฟอกเงิน ซึ่งยังไม่มีเจ้าหน้าที่หรืออัยการชี้แจงรายละเอียดเส้นเงินเนื่องจากอยู่ในสำนวน

    โดยความผิดมูลฐานคดีร่วมกันฟอกเงินคือความผิดตาม มาตรา 77 แห่งกฎหมายการได้มาซึ่ง สว. ซึ่งข้อเท็จจริงยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของ กกต. และยังไม่มีมติวินิจฉัย

    พล.ต.ท.รุทธพล ระบุว่า รัฐมนตรีไม่สามารถแทรกแซง หรือก้าวก่ายสำนวนคดีพิเศษได้ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 186, 184 และ มาตรฐานจริยธรรม มาตรา 160 (4) และ (5) อีกทั้งรัฐมนตรีมีสิทธิ์ไม่ตอบหาก คณะรัฐมนตรีเห็นว่า เป็นเรื่องที่ไม่ควรเปิดเผย โดยดีเอสไอได้ส่งสำนวนให้อัยการ เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.2568 และอัยการส่งสำนวนคืนมา เมื่อวันที่ 16 ม.ค.2569 ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณา พร้อมเตือนให้สมาชิกศึกษากฎหมายอื่นด้วย ไม่ใช่ดูแค่ข้อบังคับสภาฯ

    รมต.พาดพิงคดีอื่น ฝ่ายค้านรุมประท้วงวุ่นชี้แจงนอกเรื่อง

    พล.ต.ท.รุทธพล ตั้งข้อสงสัยว่า เหตุใดจึงเพิ่งมาถามคดีเมื่อ 2 ปีที่แล้ว พร้อมระบุว่า ได้ดูคลิปการอภิปรายครั้งก่อนของนายพริษฐ์ ทำให้เห็นเจตนาว่า ต้องการให้มาตอบเพราะพูดกระทบสมาชิกบางคน ระหว่างนั้น นายพงษ์สรณัฐ ทองลี สส.พรรคประชาชน และ สส.จากพรรคประชาธิปัตย์ ได้ลุกขึ้นประท้วงทันทีว่ารัฐมนตรีชี้แจงนอกประเด็น

    จากนั้น พล.ต.ท.รุทธพล ได้ลำดับเหตุการณ์ว่า เหตุการณ์ในคลิปเกิดวันที่ 16 มิ.ย. ต่อมาวันที่ 17-18 มิ.ย. มีข่าวบนหน้าสื่อโยงชื่อ นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ กับคดี Forex และวันที่ 25 มิ.ย. มี สส.พรรคภูมิใจไทย ตั้งกระทู้ถามคดี Forex ทำให้นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.พรรคประชาชน ลุกประท้วงอีกครั้งว่า รัฐมนตรีตอบไม่ตรงคำถามทำให้เสียเวลาสภาฯ แต่ประธานวินิจฉัยว่า ไม่สามารถบังคับให้รัฐมนตรีตอบอย่างไรได้

    หลักฐานเด็ด 5 จังหวัด พริษฐ์ เปิดคลิปเสียง-ใบลาออกล่วงหน้าโยงบิ๊กการเมือง

    ต่อมา นายพริษฐ์ ได้เปิดคลิปหลักฐานเสียงจาก จ.นครพนม อ้างถึงพรรคการเมืองพัวพันยาเสพติดและนักการเมือง จ่ายเงินค่าเดินทางและค่าตอบแทนแลกคะแนนโหวต สว. ยันไม่ใช่เสียง AI เพราะตรวจสอบได้ว่า บุคคลในคลิปซื้อตั๋วเครื่องบินให้ผู้สมัคร สว. 7 คนและตัวเอง มูลค่า 31,000 บาท ในวันที่ 21 มิ.ย. ก่อนเลือก สว. ระดับประเทศ 1-2 วัน

    และมีกล้องวงจรปิดบันทึกภาพการประชุมที่โรงแรมใน จ.อยุธยา โดยมีรองประธานสภาฯ หรืออดีตรองประธานสภาฯ จากพรรคหนึ่งร่วมประชุม ซึ่งมีการสัญญาจะให้เงินแก่ผู้สมัครที่โวยวายเรื่องไม่มีชื่อในโพย

    นอกจากนี้ นายพริษฐ์ ยังเปิดเผยพยานหลักฐานในจังหวัดอื่น ๆ ได้แก่

    • จ.หนองบัวลำภู: สว.รายหนึ่ง (ขณะดำรงตำแหน่งผู้สมัคร) ให้ภรรยาหรือผู้ช่วยโอนเงินให้ผู้สมัคร สว. อย่างน้อย 8 คน ยอดโอนรวม 15 ครั้ง เป็นเงินหลักหมื่น มีการตกลงตั้งเป็นผู้ช่วยเพื่อแบ่งเงินเดือน และส่งรายชื่อไปให้บุคคลใน ครม. ตรวจสอบ
    • จ.สิงห์บุรี: พบ สว. 2 คนหักหลังกันเอง หลังร่วมวางแผนนัดผู้สมัครไปร้านอาหารก่อนไป จ.นครนายก โดยอ้างว่าขอเงินสนับสนุนจากบางพรรค แต่เมื่อถูกตรวจสอบ 1 ใน 2 คนกลับโน้มน้าวให้ทุกคนโยนความผิดให้อีกคน
    • จ.สุโขทัย: ผู้สมัคร สว. ถูกเชิญให้เซ็นใบลาออกล่วงหน้าต่อหน้า สส. และมีทีมงาน สส. ส่งไลน์กำชับวิธีตอบคำถามต่อ กกต. หรือดีเอสไอ
    • จ.สุพรรณบุรี: ผู้สมัคร สว. ถูกเชิญให้เซ็นใบลาออกล่วงหน้าต่อหน้ารัฐมนตรีรายหนึ่ง และเมื่อผ่านไป 1 ปี ทีมงานรัฐมนตรีได้ติดต่อมาเช็กว่าได้ให้ข้อมูลแก่หน่วยงานตรวจสอบหรือไม่

    พยานหลักฐานชี้ชัดว่าคนผิดมีมากกว่า 8 คนที่ดีเอสไอเสนอให้อัยการสั่งฟ้อง เหตุใดในสำนวนจึงสั่งฟ้องแค่ 8 คน

    นายพริษฐ์ ซักถาม โดย พล.ต.ท.รุทธพล โต้กลับว่าไม่ทราบว่าหลักฐานดังกล่าวอยู่ในสำนวนหรือไม่ และหากมีหลักฐานควรมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่เก็บไว้พูดในสภาเพราะสภาไม่ใช่หน่วยงานรับหลักฐาน

    บี้ปม DSI เกียร์ว่างรอ กกต. - ประธานสั่งตัดบทจบกระทู้ก่อนได้คำมั่น

    นายพริษฐ์ ยืนยันพร้อมส่งมอบหลักฐานให้หน่วยงานตรวจสอบ พร้อมระบุว่าคดีค้างมา 2 ปี สังคมไม่มั่นใจ กกต. เพราะกรรมการ 4 จาก 7 คน ถูกรับรองโดย สว. ที่เป็นผู้ถูกกล่าวหา และกังวลว่าดีเอสไอจะปล่อยเกียร์ว่างรอดูมติ กกต. ในต้นเดือน ก.ค. นายพริษฐ์จึงจี้ถามให้รัฐมนตรียืนยันว่าดีเอสไอไม่ได้เกียร์ว่าง และการย้ายปลัดกระทรวงยุติธรรมไม่ใช่เรื่องการเมืองเพื่อโยกย้ายคนทำคดีนี้ พร้อมขอคำมั่นว่าหาก กกต. เป่าคดี ดีเอสไอจะไม่ใช้เป็นข้ออ้างเป่าคดีตาม เพื่อไม่ให้กระบวนการยุติธรรมกลายเป็นสีดำ

    พล.ต.ท.รุทธพล ชี้แจงว่า เรื่องคดีไม่มีใครมาชี้แจงตน จึงตอบไม่ได้ว่าลงเอยอย่างไร ส่วนการย้ายปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นการโอนไปประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เนื่องจากดำรงตำแหน่งครบวาระ 4 ปี เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบ

    ในช่วงท้าย นายพริษฐ์ พยายามขอเวลาถามว่า หาก กกต. เป่าคดี ดีเอสไอจะเดินหน้าต่อหรือไม่ แต่นายโสภณ ซารัมย์ ประธานในที่ประชุม ได้สั่งตัดบทจบกระทู้ทันทีเนื่องจากเลยเวลา ทั้งนี้ ระหว่างการประชุม ประธานได้ทักท้วงนายพริษฐ์ปมใช้คำเสียดสีคำว่า "โกง" ขณะที่ฝ่ายค้านประท้วงรัฐมนตรีใช้คำเสียดสีนอกประเด็นเรื่อง "สมาธิสั้น" เช่นกัน

    อ่านข่าว :

    ตร.ปส.ทลายแหล่งพักยา จ.นครนายก รวบ 5 ผู้ต้องหา ยึดยาบ้ากว่า 8 ล้านเม็ด

    เวทีนาโตเดือด "ทรัมป์" ขู่สเปน-รื้อปมอิหร่าน ย้ำกรีนแลนด์สำคัญต่อสหรัฐฯ

    ศร.นัดไต่สวนพยานบุคคล 26 ส.ค.นี้ คดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง

  • บก.น.1 แจงอาร์ม "มังกร" สน.ห้วยขวาง ไม่เกี่ยวกลุ่มใด - สั่งยกเลิกแล้ว
    09 กรกฎาคม 2569

    วันนี้ (9 ก.ค.2569) จากกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพและข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจงานป้องกันและปราบปราม (สายตรวจ) ของสถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง ติดเครื่องหมายอาร์มรูปมังกรบริเวณแขนเสื้อเครื่องแบบปฏิบัติราชการ จนเกิดข้อวิพากษ์วิจารณ์ในสังคม​นั้น

    ล่าสุดกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 ได้ชี้แจง โดยจากการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น พบว่า​ 1. เครื่องหมายอาร์มรูปมังกรดังกล่าว เป็นเครื่องหมายที่เจ้าหน้าที่ตำรวจงานป้องกันและปราบปรามของ สน.ห้วยขวาง ใช้ติดบนเครื่องแบบมาเป็นระยะเวลาประมาณ 3–4 ปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นสัญลักษณ์แสดงฝ่ายงานของเจ้าหน้าที่ในสายงานป้องกันและปราบปรามของสถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง ทั้งนี้ การออกแบบเป็นรูปมังกรมิได้มีวัตถุประสงค์แอบแฝงหรือเกี่ยวข้องกับองค์กรหรือกลุ่มใด

    2. จากการตรวจสอบเพิ่มเติม พบว่า การใช้เครื่องหมายอาร์มดังกล่าวยังไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง จึงถือว่าเป็นการใช้เครื่องหมายที่ไม่เป็นไปตามระเบียบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

    เพื่อให้การแต่งเครื่องแบบของข้าราชการตำรวจเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ถูกต้อง และเป็นมาตรฐานเดียวกัน กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 จึงได้สั่งการให้ทุกสถานีตำรวจในสังกัด ตรวจสอบและยกเลิกการใช้เครื่องหมาย อาร์ม หรือสัญลักษณ์ใด ๆ ที่ไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่เป็นไปตามระเบียบโดยทันที พร้อมกำชับให้ถือปฏิบัติตามระเบียบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างเคร่งครัด

    ทั้งนี้กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 ขอยืนยันว่า ให้ความสำคัญกับการปฏิบัติราชการตามกฎหมายและระเบียบทุกประการ และพร้อมดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องที่พบ เพื่อรักษามาตรฐานและความเชื่อมั่นของประชาชนต่อองค์กรตำรวจต่อไป

    อ่านข่าว :

    รฟม.เร่งอุดรอยรั่วเหตุน้ำท่วมอุโมงค์ก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วง

    DSI รวบผู้ต้องหาค้าสื่อลามกเด็กผ่านโซเชียล พบเด็กและเยาวชนตกเป็นผู้เสียหายกว่า 300 คน

    พายุคลื่นลมแรงพัดเรือประมงอับปางอ่าวแสมสาร - ทร.ช่วย 7 ชีวิตปลอดภัย